- formatting
- images
- links
- math
- code
- blockquotes
- external-services
•
•
•
•
•
•
-
ป เอก และงานวิจัยของแก ทำไมมันดูยากและทำเพื่อมวลมนุษยชาติขนาดนี้วะ
"ป เอก และงานวิจัยของแก ทำไมมันดูยากและทำเพื่อมวลมนุษยชาติขนาดนี้วะ".
นั่นหล่ะบทสนทนาของฉัน
ว่าด้วยเรื่องงานวิจัยยานแม่มะเร็ง
ที่เล่าให้พี่คนนึงในกลุ่มคนไข้บ้าพลังฟัง
ขณะที่เรากำลังตระเวนหาอาหารย่านวังหลังกินกัน
.
งานวิจัยที่ผลออกมาอย่างที่ทำให้ใจเต้นรัวทุกครั้ง
ก็รู้สึกว่าตัวเองอินกับงานวิจัยชิ้นนี้เอามากเหมือนกัน
ตอนแรกก็คิดว่าคงเพราะเห็นพี่ๆคนไข้มะเร็ง
ตั้งความหวังกับงานวิจัยว่าจะช่วยให้ชีวิตคนไข้ดีขึ้น
แต่ดูเหมือนมันจะไม่ใช่เพียงแค่นั้นหน่ะสิ
.
จากประโยคกึ่งคำถามของขุ่นเจ้
ทำให้เราตอบกลับไปว่า
งานวิจัยที่ดูซับซ้อนทำอะไรเยอะเเยะนั่น
มันเกิดขึ้นจากงานที่ต่อยอดมาจากงานของคนอื่น
.
เหมือนเรากำลังเก็บสะสมความรู้จากสิ่งที่คนอื่นเจอมาก่อน (literature review)
เรากำลังก้าวขึ้นบันไดความรู้ที่สร้างไว้โดยคนก่อนหน้า
มาสร้างองค์ความรู้ใหม่ขึ้นทีละเล็ก ทีละน้อยของตัวเอง
และวงการวิทยาศาสตร์นี้เองก็ยังมีวัฒนธรรม
ที่จะเรียกว่าบังคับก็ว่าได้
นั่นคือความรู้ที่เราสร้างก็จะเป็นบันไดขั้นนึงให้คนอื่นก้าวต่อไปเช่นกัน
โดยสิ่งที่ได้ตอบแทนซึ่งเปรียบเสมือนคำขอบคุณก็คือ citation
.
นั่นคือความน่าหลงใหลของวิทยาศาสตร์
การสร้างสิ่งใหม่ไม่รู้จบ
การมุ่งหวังให้เกิดสิ่งต่อยอดโดยไม่หวงแหน
การยึดหลักของเหตุและผล รวมถึงหลักฐานเชิงประจักษ์
และการกล่าวขอบคุณในองค์ความรู้ใดใดที่ได้รับมา
ไม่ว่าจะเป็นการสอนสั่งหรือคำแนะนำจากรุ่นพี่ อาจารย์ คนแปลกหน้า (reviewer) หรือกระทั่งบทความของใครก็ไม่รู้(references)
.
ไม่มีอะไรน่าเหนียมอายที่ผู้อาวุโสจะบอกว่าไม่รู้
และไม่มีอะไรเสียหายถ้าเด็กน้อยจะยกมือตอบ
.
ดูๆไปวิทยาศาสตร์นี่ก็แสนจะศิวิไล
หากจะไม่หลงใหล คงจะใจเหน็บ ใจชาเสียเต็มที
.
วิทยาศาสตร์อันดีงามในอุดมคติ
ทำให้เราหลงลืมไปอย่างสนิทใจว่า
.
ศาสตร์ที่สวยงามเช่นนี้
ถูกสร้างมาและสานต่อด้วยความคิดความอ่านของมนุษย์
.
มนุษย์ที่ยังมีความโลภ โกรธ หลง กล่าวร้ายนินทา
อิจฉาริษยา หรือกระทั่งสรรเสริญเยินยอ
หากแม้นมิอยู่ในใจส่วนลึก
ก็คงอยู่ในใจส่วนตื้น
เพียงแต่จะสักกี่มากน้อย ก็สุดแท้แต่ตัวคน
.
วิทยาศาสตร์นอกหนังสือเรียน
จึงเสมือนสิ่งที่คละเคล้าไปด้วย
กลิ่นอายและนิสัยใจคอของมนุษย์
อย่างแยกกันไม่ขาด
.
การมี community เล็กๆ
มีเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้องและอาจารย์
ที่ช่วยสนับสนุนผลักดันกันและกันให้ไปข้างหน้าได้อย่างสนิทใจ
ยินดีในความสำเร็จของทุกคนเหมือนช่วยกันสร้างขึ้นมา
บางครั้งเกิดขึ้นในรูปแบบปรึกษาส่วนตัว
บางครั้งเป็นงานประชุมหามรุ่งหามค่ำหลายวันติดกัน
บางครั้งเป็น group discussion เล็กๆลับๆ
หรือบางทีก็ชวนกันไปเดินเล่น บ่นๆในสวนลับ
ก็ช่วงที่ชีวิตชุ่มชื่น กระชุ่มกระชวย
.
แต่หากที่ใดมีวิทยาศาสตร์ที่แท้ให้ได้ลิ้มชิมรส
ก็อยากจะลองชิมดูสักครั้ง
คงจะได้ดีดตัวออกจากที่นอนแบบสดชื่นทุกวัน
และรสที่ได้ลิ้ม กลิ่นที่ใดยลนั้น
คงจะติดใจมิรู้เลือน
#namthipphdstory #NoCancer #NoCancerTH
=============
โพสต์เมื่อ 4 ปีก่อน
กลับมาอ่านแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองเขียนสวย
AI จะเลียนแบบก็คงยาก
.
เวลาผ่านไปตอนนี้รู้สึกสนุกสนานกับการได้ลอง mentoring ใครก็ไม่รู้ที่ติดต่อหลังไมค์เข้ามากันเอง
โลก online แบบ international มีอะไรสนุกๆให้ลองทำเยอะเลย
.
เวลาผ่านไปวิทยาศาสตร์ยังสวยงามเหมือนเดิม
เพิ่มเติมคือรู้มุมไม่ดีๆของวงการเยอะขึ้น
ศรัทธาในตัวคนน้อยลง
จนยังเหลือศรัทธานั้นสักแค่ไหน...ก็กะไม่ถูกเหมือนกัน -
วิทยาศาสตร์ในวันนี้ที่รู้เบื้องหน้าและเพิ่งพบเจอเบื้องหลัง
ความคิดความอ่านตอนเล่าเรียนนั้น
เราก็มุ่งหมายไปที่งานวิจัยดีดี มีคุณภาพ
เพียงอย่างเดียว
จะให้มีเงิบกันบ้างจากเรื่องซื้อขายผลงานวิจัย
ซื้อวุฒิมาให้มีคำนำหน้าชื่อเท่ๆ
แต่กระนั้นวิทยาศาสตร์บางด้านบางมุม
ก็ยังสวยสดและงดงาม
มากเสียกว่าความด่างพร้อยที่มาแต่งแต้มเติมสี
.
แต่เมื่อเรียนจบมา
กลับมีหลายเรื่องราวให้ต้องคิด ต้องตั้งคำถาม
หลายเรื่องรู้จากเพื่อน จากรุ่นพี่
หลายอย่างรู้จากอาจารย์คนนู้น คนนี้
นี่คือเวลาเบิกเนตรสินะ
.
เรื่องทุนวิจัย การตั้งแลปตั้งตัว
การมีผลงานดีดีสักชิ้นแสนที่ภูมิใจ
หรือการมีผลงานเล็กๆ แต่อยู่รอดในวงการ
การไปแฝงตัวในแลปที่แข็งแกร่ง
การได้ส่งต่อไว้ให้เมล็ดพันธ์กล้าต้นน้อยๆ
หรือต้นไม้ใหญ่จะอมสารอาหารไว้เสียเอง
แผ่กิ่งก้านสาขาจนไม่เหลืออาหารนั้นถึงใครอื่น
การที่บางที่คนทำงานอยู่ยงคงกระพัน
รักกันจนหลังเกษียณ
หรือบางแห่งคนผลัดหน้าไม่ซ้ำ
ชื่อแซ่ยังไม่ทันได้จดจำ
แม้สวัสดิการจะขึ้นชื่อว่าดีสักเพียงใด
อะไรคือเบื้องหลังที่ควรเตรียม สิ่งที่ควรมี
.
เป็นอีกครั้งที่กลับมาตั้งคำถามกับตัวเอง
ด้วยคำถามที่มากมายกว่าตอนเป็นนักเรียน
คำถามนึงที่ไม่ต้องถามตัวเองซ้ำคือ ความชอบ
แต่อาจจะต้องถามต่อว่าเป้าหมายคืออะไร
งานที่ชอบจะเลี้ยงปากท้องได้จริงหรือ
จะดูแลคนที่เรารักได้จริงไหม
และท้ายที่สุด วันนี้เคารพตัวเองบ้างหรือยัง
ความสุขคืออะไร ...กันแน่
Welcome to the real world
เพราะเป็นผู้ใหญ่มันไม่ง่าย
แต่จะเป็นเด็กตลอดไป ก็ไม่ได้เหมือนกัน -
🏅 Nobel Prize 2025 – T-Rex (Treg): The Peacekeeping Boss of the Immune Army
Let’s break it down scene by scene so it’s easy to follow. Ready? Let’s roll! 🎬
🎬 Scene 1: The War Inside the Body
Inside our body lives a massive army of dinosaur soldiers—our immune system—
guarding the city of “Bodyville” from enemies like viruses, bacteria, and cancer cells.They’re always ready for battle—
but here’s the catch… sometimes, these dino-soldiers go berserk! 😱
They start firing at everything in sight—
even innocent citizens like the liver, eyes, or skin.And that’s how autoimmune diseases begin—
when your body’s own army can’t tell friend from foe.
🦕 Scene 2: Enter the Boss – T-Rex the Peacemaker
In 2025, the Nobel Prize in Physiology or Medicine 🏅
was awarded to Mary Brunkow, Fred Ramsdell, and Shimon Sakaguchi
for discovering the Regulatory T cell (Treg) —
the real-life T-Rex boss of the immune army! 🦖Yes, this T-Rex doesn’t roar to fight — it roars to calm the troops down.
🧠 Scene 3: The Birth of the T-Reg Unit
Tregs are the peacekeepers of the immune army.
Their job? Stop fellow soldiers from attacking innocent cells.When another immune cell is about to shoot,
Treg shouts special chemical codes — IL-10, TGF-β, and CTLA-4 —
which roughly translate to:“HEEEEY! Cease fire! That’s one of us!!”
The moment the code is heard, the troops drop their weapons. 🫡
🧬 Scene 4: The Secret Code – FOXP3
Every Treg carries a secret badge — a gene called FOXP3.
This is their “born-to-lead” mark — a divine sword of peace 🔮✨.If the FOXP3 gene breaks, Tregs disappear,
and the immune army turns against itself 💥 —
causing diseases like IPEX syndrome,
where the body’s defense system self-destructs.That’s how scientists realized:
“We survive every day because Tregs keep the peace within us.”
🏰 Scene 5: The Double-Edged Sword
Too much or too little T-Rex power can both be dangerous.
-
Too aggressive → Autoimmune diseases ⚔️
-
Too lazy → Cancer or infections sneak through 🦠
So the Treg boss must keep perfect balance —
knowing when to fight and when to hold fire. ⚖️
🏅 Scene 6: Why This Deserves a Nobel
This discovery changed how we see immunity forever.
We used to think:
“A strong immune system means always fighting.”
But now we know:
“A wise immune system knows when to stop.”
That’s the essence of Peripheral Immune Tolerance —
the principle that keeps our defense system in check.As the Nobel Committee beautifully put it:
“A fundamental discovery about the principle that keeps our immune system in check.”
🌿 The Take-Home Message
“Our body stays healthy not because it fights hard —
but because it knows when to stop.” 💚So this year, the Nobel Prize in Physiology or Medicine 2025
goes to the discovery of...
🦖✨ Tregs – The Peacekeeping Commanders of the Human Body! ✨🦖
#NobelPrize2025 🏅 #NobelMedicine2025 #Treg #RegulatoryTCells
#PeripheralImmuneTolerance #ImmuneSystem #ScienceExplained
#MedicalDiscovery #ImmunologyFun #NobelPrizePark
#รางวัลโนเบล2025 #ระบบภูมิคุ้มกัน #วิทย์เข้าใจง่าย -
-
รางวัลโนเบล 2025 - ทีเร็กซ์ (T reg) บอสทหารผู้รักษาสันติของระบบภูมิคุ้มกัน
รางวัลโนเบล 2025 - ทีเร็กซ์ (T reg) บอสทหารผู้รักษาสันติของระบบภูมิคุ้มกัน
แอดมินจะขอเล่าเป็นฉากๆ ใมห้เข้าใจง่าย ไปเลยเริ่ม!!!🎬 ตอนที่ 1: สงครามในร่างกาย
ในร่างกายของเรามีกองทัพ “ทหารไดโนเสาร์” (ระบบภูมิคุ้มกัน) คอยปกป้องเมืองร่างกายจากศัตรูทั้งหลาย อย่างไวรัส แบคทีเรีย และเซลล์มะเร็ง
กองทัพเราพร้อมบวก มาเลยยยยยย
เห้ยดูเหมือนจะดีแล้วเชียว ศัตรูเข้ามาไม่ได้
.
แต่ปัญหาคือ… บางทีทหารก็ยิงมั่ว!!! แบบว่าบวกเต็มเกียร์ ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมละ
ความบวกพุ่งกระฉูด ใครโผล่มาฉันยิงพรุน ถ้า“พลเมืองดี” อย่างเซลล์ร่างกายของเราเองผ่านมาก็คือดับอนาจ
พลเมืองดีที่ว่าก็เช่น ตับ ตา หรือผิวหนังของเราเอง
นี่เลยเป็นจุดเริ่มของ โรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง (autoimmune diseases)
🦕 ตอนที่ 2: หัวหน้า T-REG สอนให้ใจเย็น
ในปี 2025 นี้ รางวัล โนเบลสาขาสรีรวิทยาและการแพทย์ 🏅
ตกเป็นของนักวิทยาศาสตร์ 3 ท่าน ได้แก่
Mary Brunkow, Fred Ramsdell, และ Shimon Sakaguchi
ผู้ค้นพบสิ่งที่เรียกว่า Regulatory T cell (Treg) หรือเรียกสั้นๆว่าทีเร็กซ์
เห็นแล้วคิดถึงไดโนเสาร์ตัวบอสเลยอ่ะใช่แล้ววววว ทีเร็กซ์ เปรียบเสมือน “บอสผู้คุมกองทัพให้ไม่ยิงมั่ว”
🧠 ตอนที่ 3: กำเนิดหน่วย ทีเร็กซ์ (Treg)
ทีเร็กซ์ (Treg) คือ “บอสผู้คุมกองทัพ” ของระบบภูมิคุ้มกัน
พวกมันมีหน้าที่ คอยห้ามเพื่อนๆ ทหาร ไม่ให้ทำร้ายคนในเมืองถ้าทหารตัวอื่นเริ่มจะยิงพลเมืองดี
Treg จะเข้ามาตะโกนด้วยสัญญาณว่า IL-10, TGF-β หรือ CTLA-4 ทันที
จริงๆมันคือสัญญาณทางเคมีที่แปลความง่ายๆ เป็นภาษามนุษย์ว่า
"โว๊ยยยยย หยุดยิงก่อนโว๊ยยยยทุกคนนนนน"
นั่นหล่ะจ่ะ บอสสั่งด้วยโค้ดละ ทุกคนก็จะหยุดยิงโดยดี
🧬 ตอนที่ 4: รหัสลับในตัวทีเร็กซ์
นักวิทยาศาสตร์พบว่า Treg ทุกตัวมีรหัสประจำตัว
คือยีนชื่อว่า FOXP3 (ฟอกซ์ พี 3)
ความว่าบอสทหารนี่เกิดมาแบบบอร์นทูบี
มี FOXP3 ติดตัวมาจากท้องพ่อท้องแม่
เป็นผู้ถูกเลือกให้ทำหน้าที่นี้
เหมือนดาบเจ็ดสีมณีเจ็ดแสง 5555+
.
คือมันต้องมีดาบ เอ้ยยย มียีนนี้เท่านั้นความสามารถนี้ถึงจะเกิด
ถ้ายีนนี้เสียหาย → Treg จะหายไป → ทหารทั้งกองทัพยิงกันเอง 💥โรคที่เกิดจาก FOXP3 พัง เช่น IPEX syndrome
เด็กที่เกิดมาจะมีอาการภูมิคุ้มกันทำร้ายร่างกายตัวเองอย่างรุนแรง
และนั่นทำให้นักวิทยาศาสตร์รู้ว่า“เราทุกคนรอดอยู่ได้ เพราะมี Treg คอยรักษาความสงบไว้”
🏰 ตอนที่ 5: ดาบสองคมของทีเร็กซ์
อะไรที่มากไปก็คือไม่ดี ทีเร็กซ์ก็เช่นกัน ต้องทำงานแบบกลางๆ
-
ถ้า ภูมิคุ้มกันทำงานมากเกินไป → เกิดโรคแพ้ภูมิตัวเอง (Autoimmune)
-
ถ้า ทำงานน้อยเกินไป → มะเร็งหรือเชื้อโรคจะรอด
ดังนั้น “หัวหน้าทีเร็กซ์” ต้องบาลานซ์ให้ดี
คอยสั่งทหารให้รู้จักแยกแยะ ว่าใครคือศัตรู ใครคือพลเมืองดี
🏅 ตอนที่ 6: ทำไมถึงได้รางวัลโนเบล
เพราะการค้นพบนี้ เปลี่ยนมุมมองทั้งวงการแพทย์
จากเดิมเราคิดว่า “ภูมิคุ้มกัน = ต้องต่อสู้”
แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่า “ภูมิคุ้มกันที่ดี = ต้องรู้จักยับยั้ง”นี่คือหัวใจของแนวคิด Peripheral Immune Tolerance (ภูมิคุ้มกันที่ทนต่อสิ่งในร่างกาย)
ถ้าไปฟังคลิปประกาศรางวัลและสัมภาษณ์นะ เค้าจะบอกว่า
“A fundamental discovery about the principle that keeps our immune system in check.”
นั่นคือ การค้นพบว่าระบบภูมิคุ้มกันของเราทำงานอย่างสมดุลได้ยังไง
🌿 สรุปแบบง่ายสุด
“ร่างกายเราไม่แข็งแรงเพราะสู้เก่งอย่างเดียว แต่เพราะรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด”
ดังนั้นปีนี้ Nobel Prize 2025 สาขาสรีรวิทยาและการแพทย์ จึงขอมอบเหรียญทองให้กับการค้นพบ
🦖✨Treg – บอสทหารผู้รักษาสันติในร่างกายมนุษย์ 🦖✨
-
-
เภสัชสาย rare item กับสกิลเป็ด
เภสัชสาย rare item
เมื่อเจอกันก็จะเกิดปรากฏการณ์นับญาติ
นับมหาลัยเกิดขึ้นได้
แต่เราจะไม่ถามเลขใบประกอบเภสัช
กลัวแก่เหรอ?
เปล่า! ไม่ค่อยได้ใช้เลขจำเลขไม่ได้
.
เภสัช ถูกขนานนามอย่างเงียบๆกันเอง
ว่าเราคือ"เป็ด" 🐥🐥🐤🐤🐥🐥🐣🐣
ไม่ได้ร้องก้าบ ก้าบได้นะ
แต่เป็ดจะบินก็บินได้ จะวิ่งก็วิ่งได้
แต่ก็ไม่เก่งสุดๆไปสักอย่าง(อันนี้คือตอนเรียนจบ ป ตรี)
.
แต่นี่หล่ะจ้าาา 🦢🦢🦢
จะมาเทพอีกทีก็ตอนไปตามทางของตัวเอง
.
งานเภสัชที่ดูเหมือนจะแคบๆ นั่งสวยๆจ่ายยาใน รพ
แต่ความจริงเป็นสายงานที่กว้างมากกกกกตั้งแต่
🚀 คิดค้นวิจัยยา ผลิตยา ออกแบบโรงงานยา: สายโรงงานยา, อาจารย์มหาลัย
🍬 ขายยา: ผู้แทนยา ร้านยา
🍾 จ่ายยา เภสัชคลินิก คลินิกแพ้ยา เภสัชครอบครัวไปเยี่ยมคนไข้ตามบ้าน: สายงาน รพ
🍣 ขึ้นทะเบียนยา(อย) ตรวจร้านยา ตรวจสถานที่ผลิตอาหาร(สสจ): สายกฎหมาย
🍺 วิเคราะห์ตัวอย่างจากศพ(สถาบันนิติเวช) : สายวิเคราะห์
.
🦚🌸🌼สาย rare ที่ว่าก็คือ
สายที่ไม่ค่อยเห็น ไม่ค่อยรู้กันนั้นแหละ
.
🐲🐉🐲พีคกว่าสาย rare คือสายหลุด
หลุดออกนอกวงการไปทำอย่างอื่นกันเลย
ซึ่งรุ่งเรืองซะด้วย เช่นเป็นศรีภรรยา ดูแลสามีและบุตร
.
ถามว่าใครเทพสุด ก็คงตอบย๊ากยาก
เพราะเราเซียนกันคนละอย่าง
แต่ๆการทำยาได้ เลี้ยงเซลล์แล้วไม่ตาย
ก็ไม่สามารถอนุมานว่าทำกับข้าวอร่อยได้นะ 5555
.
เภสัชที่มาทางงานวิจัยในไทย
ส่วนใหญ่ก็จะสิงสถิตอยู่ในโรงงาน
สถาบันวิจัยหรือมหาวิทยาลัย(เช่นคณะแพทย์ เภสัช วิทยา)
.
งานวิจัยที่ว่าก็แยกย่อยลงไปอีก
คือหลากหลายมากกกกกกก
.
ถ้าเภสัชเจอกันเองในงานประชุม รพ. หรือร้านยา
คงไม่น่าตื่นเต้น ก็เภสัชทั้งงานอ่ะ
แต่ถ้าเจอในงาน เช่น งานวิจัยที่ส่วนใหญ่เป็น pure science
ก็จะแบบหู้วววว เป็นเภสัชเหมือนกันเหรอเนี่ย
.
สัมพันธ์ที่เหนียวแน่นอาจจะเกิดจากผ่านอุปสรรคคล้ายๆกัน
เช่นวิชาที่น่าสยอง 55555
.
วงการวิทยาศาสตร์ที่ว่าแคบแล้ว
วงการเภสัชในวงการวิทยาศาสตร์นี่แคบยิ่งกว่า
.
🤪 #เภสัชชะเกรียน เอางานวิจัยมะเร็งมาเล่าแบบกวนๆ สาระยากๆไม่ค่อยจะมี จะมีก็แต่ความแฟนตาซีและย่อยง่าย เพราะ #วิจัยมะเร็งนั้นลึกซึ้ง ติดตามได้เลยที่! #NoCancerTH by Kuchikiz
🤗 ถ้าอาจารย์หรือพี่ๆนักวิจัยผ่านมาเห็น จะแนะนำหรือติชม นศ ป เอก ตัวน้อยน้อยยยยคนนี้ก็ยินดีและดีใจมากๆเลยค่ะ 😁🤓😁 #NoCancer





